การทำสิ่งที่ไม่คุ้นเคย ย่อมนำมาซึ่งความกังวลใจเสมอ แต่ไม่ใช่ว่าสิ่งที่เราไม่เคยทำ จะทำไม่ได้เพียงแค่เราศึกษาข้อมูลและทำการบ้านเรื่องนั้นอย่างละเอียดเท่านั้นเองค่ะ การรับรองเอกสารกงสุลก็เหมือนกันค่ะ เพียงแค่เราศึกษาข้อมูลและขั้นตอนที่สำคัญ สิ่งที่ควรทราบก่อนที่จะดำเนินการ เราก็จะสามารถดำเนินการรับรองเอกสารกงสุลด้วยตนเองได้ไม่ยากเลย วันนี้เรามีข้อควรทราบในการรับรองเอกสารกงสุลมาฝากค่ะ
1.เราควรเตรียมเอกสารที่จะรับรองให้ครบถ้วน เรียบร้อย โดยเอกสารที่จะรับรองนั้น ประกอบไปด้วย
- ต้นฉบับเอกสารภาษาไทย (เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบดูและคืนทันทีให้ค่ะ)
- สำเนา 1 ชุด (ไม่ต้องเซ็นรับรองใดๆ ทางกงสุล จะเป็นผู้เซ็นรับรองให้ค่ะ ชุดนี้คิดค่าธรรมเนียม 1 ชุดนะคะ)
- ต้นฉบับคำแปลภาษาอังกฤษ 1 ชุด (เอกสารที่แปลจากไทยเป็นอังกฤษแล้ว ชุดนี้คิดค่าธรรมเนียม 1 ชุดค่ะ)
2.แบบคำร้อง ตามแบบฟอร์มคำร้องขอรับรองเอกสาร
3.สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนประกอบคำร้อง
4.หนังสือมอบอำนาจ (กรณีดำเนินการแทนผู้อื่น ต้องแนบสำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจ และผู้รับมอบอำนาจ 1 ชุด ด้วยนะคะ)

การรับรองเอกสารกงสุลราคา แบบปกติ ยื่นภายในเวลา 08.00-15.30 น. มีค่าธรรมเนียม 200 บาท ต่อชุด (รอรับเอกสารประมาณ 3 วันทำการหลังจากยื่นเรื่อง โดยไม่รวมระยะเวลาจัดส่งทางไปรษณีย์) และแบบด่วนยื่นภายในเวลา 08.00-09.00 น. ค่าธรรมเนียม 400 บาท ต่อชุด (ได้รับเอกสารภายในวันที่ยื่นเรื่อง)

สิ่งแรกที่คุณต้องตรวจสอบคือ เช็คชื่อในพาสปอร์ตว่าตรงกับเอกสารที่แปลมาหรือไม่ เพราะหากสะกดผิดแม้แต่ตัวเดียว ทางกงสุลก็จะไม่รับรองให้และทำให้ต้องเสียเวลาแก้ไขใหม่ทั้งหมด
เอกสารบางอย่าง เช่น ใบรับรองโสด หรือหนังสือรับรองความประพฤติ มักจะอายุการใช้งานเพียง 3-6 เดือน หากเอกสารต้นฉบับออกมานานเกินไป ก็อาจจะทำให้กงสุลปฏิเสธเอกสารได้
ปัจจุบันทางกงสุลมีบริการจองคิวล่วงหน้า แนะนำว่าให้จองคิวออนไลน์ไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ และยืนยันหรือแคปหน้าจอข้อมูลการคิวจองไว้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ เพราะการ Walk-in อาจจะทำให้เรารอนาน และพลาดการรับบริการในวันนั้น
จุดที่คนหลายๆ คนพลาดบ่อย คือการเซ็นชื่อในสำเนาบัตรประชาชนไม่เหมือนกับที่เซ็นไว้ในพาสปอร์ตหรือเอกสารต้นฉบับ ซึ่งอาจทำให้เจ้าหน้าที่มองว่าลายเซ็นไม่ตรงกัน และเอกสารจะถูกตีกลับให้แก้ไข
หากไม่ได้ไปยื่นเอกสารด้วยตัวเอง อย่าลืมติดอากรแสตมป์ 10 บาท ในหนังสือมอบอำนาจให้เรียบร้อย (แม้ว่าที่กงสุลจะมีขาย แต่อาจต้องเสียเวลาต่อแถวเพิ่ม ดังนั้นการเตรียมไว้ก่อนจะช่วยให้ขั้นตอนรวดเร็วขึ้น)
1.กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (แจ้งวัฒนะ)
สถานที่ตั้ง : ชั้น 3 อาคารกรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ
เวลาทำการ : จันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) 08.30 - 15.30 น.
จุดเด่น : เป็นสำนักงานใหญ่ ให้บริการเต็มรูปแบบ รวมถึงงานรับรองนิติกรณ์แบบด่วน (แต่ต้องยื่นก่อน เวลา 09.30 น.)
2.สำนักงานสัญชาติและนิติกรณ์ ปทุมวัน (MBK Center)
สถานที่ตั้ง : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ (MBK Center) ชั้น 5 โซน A
เวลาทำการ : จันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) 10.00 - 16.30 น.
จุดเด่น : สามารถเดินทางสะดวกด้วย BTS (สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ) อยู่ใจกลางเมือง เหมาะสำหรับคนทำงานและนักศึกษา
3.สำนักงานสัญชาติและนิติกรณ์ MRT คลองเตย
สถานที่ตั้ง : บริเวณเมโทร มอลล์ (Metro Mall) สถานีรถไฟฟ้า MRT คลองเตย
เวลาทำการ : จันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) 08.30 - 15.30 น.
จุดเด่น : สามารถเดินทางง่ายด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน ให้บริการรับรองเอกสารสะดวกรวดเร็ว สำหรับคนใช้ระบบขนส่งสาธารณะ
*** หมายเหตุ : ในบางช่วงเวลา กรมการกงสุลอาจจะมีการเปิดหน่วยบริการชั่วคราวในพื้นที่อื่น ๆ ในต่างจังหวัด แนะนำให้ตรวจสอบประกาศล่าสุดก่อนยื่นเอกสารทุกครั้ง
การรับรองเอกสารกงสุลจะไม่ใช่เรื่องที่ซับซ้อนอีกต่อไป หากคุณเตรียมเอกสารที่ครบถ้วน และเข้าใจขั้นตอนการดำเนินงานอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องการใช้เอกสารอย่างเร่งด่วน ควรเลือกใช้บริการจากศูนย์แปลภาษามืออาชีพ เพราะจะช่วยลดความเสี่ยงจากการแปลผิดพลาด หรือการสะกดชื่อไม่ตรงตามมาตรฐานกงสุล และมั่นใจว่าเอกสารของคุณจะสมบูรณ์และพร้อมใช้งานได้อย่างราบรื่น
01 มีนาคม 2569
ผู้ชม 41581 ครั้ง